แกงเหลือง
ความเป็นมาของแกงเหลือง แกงเหลือง หรือที่คนภาคใต้เรียกว่า แกงส้มใต้ เป็นแกงพื้นบ้านที่มีรสชาติเปรี้ยว เผ็ด และเข้มข้น นิยมใช้ปลาสดเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น ปลากะพง ปลาช่อน ปลาทู หรือปลาสำลี แกงเหลืองมีลักษณะคล้าย แกงส้มภาคกลาง แต่ไม่มีการใส่กะปิและน้ำตาล ทำให้มีรสจัดจ้านกว่า ได้รับอิทธิพลจากอาหารอินเดียผ่านเครื่องแกงที่มีขมิ้นเป็นส่วนประกอบหลัก อาหารที่ควรรับประทานคู่กับแกงเหลือง 🍚 ข้าวสวยร้อน ๆ – ตัดรสเผ็ดให้กลมกล่อมขึ้น🌿 ไข่เจียวหอม ๆ – ลดความเผ็ดและเพิ่มความมัน🥒 ผักสดแนม – เช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว สะตอ เพื่อเพิ่มความสดชื่น🥭 ปลาทอดและน้ำพริกกะปิ – เป็นเครื่องเคียงที่ช่วยเพิ่มรสชาติ ข้อดีของการรับประทานแกงเหลือง ✅ ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร – รสเผ็ดร้อนช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ✅ มีสารต้านอนุมูลอิสระจากขมิ้น – ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย✅ แคลอรีต่ำ – เพราะไม่มีการใช้น้ำมันหรือกะทิ✅ ให้โปรตีนจากปลา – ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ข้อควรระวังในการรับประทานแกงเหลือง ⚠️ รสชาติจัดจ้านอาจระคายเคืองกระเพาะ…

ความเป็นมาของแกงเหลือง
แกงเหลือง หรือที่คนภาคใต้เรียกว่า แกงส้มใต้ เป็นแกงพื้นบ้านที่มีรสชาติเปรี้ยว เผ็ด และเข้มข้น นิยมใช้ปลาสดเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น ปลากะพง ปลาช่อน ปลาทู หรือปลาสำลี
แกงเหลืองมีลักษณะคล้าย แกงส้มภาคกลาง แต่ไม่มีการใส่กะปิและน้ำตาล ทำให้มีรสจัดจ้านกว่า ได้รับอิทธิพลจากอาหารอินเดียผ่านเครื่องแกงที่มีขมิ้นเป็นส่วนประกอบหลัก
อาหารที่ควรรับประทานคู่กับแกงเหลือง
🍚 ข้าวสวยร้อน ๆ – ตัดรสเผ็ดให้กลมกล่อมขึ้น
🌿 ไข่เจียวหอม ๆ – ลดความเผ็ดและเพิ่มความมัน
🥒 ผักสดแนม – เช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว สะตอ เพื่อเพิ่มความสดชื่น
🥭 ปลาทอดและน้ำพริกกะปิ – เป็นเครื่องเคียงที่ช่วยเพิ่มรสชาติ
ข้อดีของการรับประทานแกงเหลือง
✅ ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร – รสเผ็ดร้อนช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ
✅ มีสารต้านอนุมูลอิสระจากขมิ้น – ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
✅ แคลอรีต่ำ – เพราะไม่มีการใช้น้ำมันหรือกะทิ
✅ ให้โปรตีนจากปลา – ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
ข้อควรระวังในการรับประทานแกงเหลือง
⚠️ รสชาติจัดจ้านอาจระคายเคืองกระเพาะ – ไม่เหมาะกับคนเป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน
⚠️ ปลาต้องสดและสะอาด – เพื่อลดความเสี่ยงจากพยาธิ
⚠️ โซเดียมสูงจากน้ำปลา – ควรปรุงรสให้เหมาะสม
วิธีทำแกงเหลืองให้อร่อย
วัตถุดิบ (สำหรับ 2-3 ที่)
🐟 ส่วนของปลาและผัก
- ปลากะพง หรือปลาช่อน 300 กรัม (หั่นเป็นชิ้น)
- ผักกาดขาว / หน่อไม้ดอง / ดอกแค หรือผักอื่น ๆ ตามชอบ
🌶 ส่วนของพริกแกงเหลือง
- พริกขี้หนูแห้ง 10 เม็ด (แช่น้ำให้นุ่ม)
- ขมิ้นสด 1 ชิ้น (หรือขมิ้นผง 1 ช้อนชา)
- หอมแดง 3 หัว
- กระเทียม 5 กลีบ
- กะปิ 1 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้)
- เกลือ 1 ช้อนชา
🍋 เครื่องปรุงรส
- น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 3 ถ้วย
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
✅ หม้อสำหรับต้มแกง
✅ ครกและสาก (สำหรับตำพริกแกง)
ขั้นตอนการทำแกงเหลือง
1. ตำพริกแกงเหลือง
- โขลกพริกขี้หนูแห้ง ขมิ้น หอมแดง กระเทียม และเกลือให้ละเอียด
- ใส่กะปิลงไป ตำต่อจนเนียน
2. ทำน้ำแกง
- ต้มน้ำให้เดือด ใส่พริกแกงเหลืองลงไป คนให้ละลาย
- ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำปลา ปรุงรสให้เปรี้ยว เผ็ด และเค็มตามชอบ
3. ใส่ปลาและผัก
- ใส่ปลาลงไปต้มจนสุก
- ใส่ผักที่เตรียมไว้ เช่น หน่อไม้ดอง หรือดอกแค ต้มจนสุก
4. จัดเสิร์ฟ
- ตักแกงเหลืองใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ
เทคนิคการทำแกงเหลืองให้อร่อย
⭐ ใช้ปลาสด – จะช่วยให้เนื้อหวานและไม่คาว
⭐ ใช้ขมิ้นสด – จะให้สีเหลืองสวยและกลิ่นหอมกว่าแบบผง
⭐ เติมน้ำมะขามเปียกทีละน้อย – เพื่อปรับรสเปรี้ยวให้พอดี
⭐ ต้มน้ำให้เดือดก่อนใส่ปลา – เพื่อให้เนื้อปลาแน่นและไม่เละ
⭐ ไม่ควรคนแรงหลังใส่ปลา – เพราะจะทำให้เนื้อปลายุ่ย
แกงเหลือง เป็นเมนูที่เข้มข้น หอมสมุนไพร และเต็มไปด้วยรสเปรี้ยวเผ็ด สามารถทำเองที่บ้านได้ง่าย ๆ และเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
ลองทำดู รับรองว่า อร่อยจนอยากเติมข้าวอีกจาน! 🍛🔥😊