แกงเขียวหวาน

ความเป็นมาของแกงเขียวหวาน แกงเขียวหวานเป็นหนึ่งในอาหารไทยที่มีชื่อเสียงทั่วโลก มีต้นกำเนิดจากราชสำนักไทยในสมัยอยุธยา โดยมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ สีเขียวของน้ำแกงที่ได้จากพริกแกงสด และรสชาติที่เข้มข้น หวาน มัน และเผ็ดกำลังดี แกงเขียวหวานสามารถทำได้หลากหลายประเภท เช่น อาหารที่ควรรับประทานคู่กับแกงเขียวหวาน 🍚 ข้าวสวยร้อน ๆ – ตัดรสเผ็ดและเพิ่มความกลมกล่อม🥖 ขนมจีน – นิยมทานคู่กันเพราะช่วยซึมซับรสชาติของน้ำแกง🥚 ไข่เค็มหรือไข่ต้ม – เพิ่มความเค็มมันให้กับรสชาติ🥒 ผักสดต่าง ๆ – เช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ ช่วยตัดความมัน ข้อดีของการรับประทานแกงเขียวหวาน ✅ อุดมไปด้วยสมุนไพรไทย – เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกไทยสด ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ✅ ให้พลังงานสูง – กะทิและโปรตีนจากไก่ช่วยให้มีพลังงานเพียงพอ✅ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ – พริกแกงเขียวหวานมีสารแคปไซซิน ช่วยป้องกันการอักเสบ✅ กระตุ้นระบบเผาผลาญ – ความเผ็ดของพริกช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ข้อควรระวังในการรับประทานแกงเขียวหวาน ⚠️ ไขมันสูงจากกะทิ –…

แกงเขียวหวาน

ความเป็นมาของแกงเขียวหวาน

แกงเขียวหวานเป็นหนึ่งในอาหารไทยที่มีชื่อเสียงทั่วโลก มีต้นกำเนิดจากราชสำนักไทยในสมัยอยุธยา โดยมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ สีเขียวของน้ำแกงที่ได้จากพริกแกงสด และรสชาติที่เข้มข้น หวาน มัน และเผ็ดกำลังดี

แกงเขียวหวานสามารถทำได้หลากหลายประเภท เช่น

  • แกงเขียวหวานไก่ (ที่นิยมที่สุด)
  • แกงเขียวหวานเนื้อ
  • แกงเขียวหวานหมู
  • แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลา
  • แกงเขียวหวานเจ

อาหารที่ควรรับประทานคู่กับแกงเขียวหวาน

🍚 ข้าวสวยร้อน ๆ – ตัดรสเผ็ดและเพิ่มความกลมกล่อม
🥖 ขนมจีน – นิยมทานคู่กันเพราะช่วยซึมซับรสชาติของน้ำแกง
🥚 ไข่เค็มหรือไข่ต้ม – เพิ่มความเค็มมันให้กับรสชาติ
🥒 ผักสดต่าง ๆ – เช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ ช่วยตัดความมัน

ข้อดีของการรับประทานแกงเขียวหวาน

อุดมไปด้วยสมุนไพรไทย – เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกไทยสด ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
ให้พลังงานสูง – กะทิและโปรตีนจากไก่ช่วยให้มีพลังงานเพียงพอ
ช่วยต้านอนุมูลอิสระ – พริกแกงเขียวหวานมีสารแคปไซซิน ช่วยป้องกันการอักเสบ
กระตุ้นระบบเผาผลาญ – ความเผ็ดของพริกช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ

ข้อควรระวังในการรับประทานแกงเขียวหวาน

⚠️ ไขมันสูงจากกะทิ – หากกินมากเกินไปอาจทำให้ได้รับไขมันอิ่มตัวสูง
⚠️ โซเดียมสูง – จากเครื่องปรุง เช่น น้ำปลา และกะปิ
⚠️ ปริมาณน้ำตาล – บางสูตรใส่น้ำตาลมาก ควรปรับให้เหมาะสม

วิธีทำแกงเขียวหวานให้อร่อย

วัตถุดิบ (สำหรับ 3-4 ที่)

🍗 ส่วนของเนื้อสัตว์

  • เนื้อไก่ 300 กรัม (หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ)
  • กะทิ 2 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย

🌿 ส่วนของพริกแกงเขียวหวาน

  • พริกเขียวสด 10 เม็ด
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • หอมแดง 3 หัว
  • ตะไคร้ 1 ต้น (ซอยบาง ๆ)
  • ข่า 1 แว่น
  • ผิวมะกรูด ½ ช้อนชา
  • รากผักชี 1 ต้น
  • ลูกผักชีคั่ว 1 ช้อนชา
  • ยี่หร่าคั่ว ½ ช้อนชา
  • กะปิ 1 ช้อนชา
  • เกลือ ½ ช้อนชา

🍛 ส่วนของเครื่องแกง

  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะเขือเปราะ 4 ลูก (หั่นครึ่ง)
  • ใบมะกรูด 3 ใบ
  • ใบโหระพา ½ ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด (หั่นเฉียง)

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

✅ ครกและสาก (สำหรับตำพริกแกง)
✅ หม้อสำหรับเคี่ยวแกง
✅ กระทะสำหรับผัดเครื่องแกง

ขั้นตอนการทำแกงเขียวหวาน

1. ทำพริกแกงเขียวหวาน

  1. โขลกพริกเขียวสด กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ข่า ผิวมะกรูด รากผักชี ให้ละเอียด
  2. ใส่ลูกผักชีและยี่หร่าคั่ว โขลกต่อจนเข้ากัน
  3. ใส่กะปิและเกลือ ตำให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน

2. ผัดพริกแกงและเตรียมน้ำแกง

  1. ตั้งกระทะใส่หัวกะทิ ½ ถ้วย ผัดกับพริกแกงที่ตำไว้จนหอมและแตกมัน
  2. ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดให้สุกเล็กน้อย
  3. เติมกะทิที่เหลือและน้ำเปล่าลงไป คนให้เข้ากัน
  4. เคี่ยวด้วยไฟกลางจนเนื้อไก่นุ่ม

3. ใส่เครื่องปรุงและผัก

  1. ใส่มะเขือเปราะ และใบมะกรูดฉีก
  2. ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
  3. ใส่พริกชี้ฟ้าแดงและใบโหระพา คนให้เข้ากัน ปิดไฟ

4. จัดเสิร์ฟ

  • ตักแกงใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ หรือขนมจีน

เทคนิคการทำแกงเขียวหวานให้อร่อย

เลือกใช้พริกเขียวสด – ควรใช้พริกขี้หนูเขียวเพื่อให้ได้สีเขียวสวยและรสเผ็ด
เคี่ยวกะทิให้แตกมัน – จะช่วยให้แกงมีความเข้มข้น
ใช้ใบโหระพาสด – ทำให้แกงหอมมากขึ้น
ไม่ใส่มะเขือเปราะเร็วเกินไป – เพื่อไม่ให้มะเขือเละ
ใช้ไฟอ่อนในการเคี่ยว – ทำให้รสชาติซึมเข้ากับเนื้อไก่ได้ดี

แกงเขียวหวาน เป็นเมนูที่อร่อย หอม มัน และเผ็ดกลมกล่อม ใครที่ชอบอาหารไทยแท้ ๆ ควรลองทำดู รับรองว่าถูกใจแน่นอน! 🥘🍗🌿

Similar Posts

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments